18 ธันวาคม 2568
ในยุคนี้ การดูแลเครือข่ายต้องทั้งเร็ว ปลอดภัย และชาญฉลาด HPE Aruba Central Next Gen คือแพลตฟอร์มบริหารเครือข่ายผ่าน Cloud ที่ใช้ AI และข้อมูลจริงจากอุปกรณ์กว่า 5.2 ล้านชุดทั่วโลก เพื่อช่วยผู้ดูแลระบบจัดการเครือข่าย Wired, Wireless และ WAN ได้ในที่เดียว ด้วยพลังของ AI และ Data Analytics ระบบสามารถวิเคราะห์ ปรับปรุง และแก้ปัญหาได้แบบอัตโนมัติ ทำให้การบริหารเครือข่าย ง่ายขึ้น ฉลาดขึ้น และพร้อมก้าวสู่อนาคตของ Enterprise Network อย่างแท้จริง
HPE Aruba Networking Central คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการเครือข่ายแบบ Cloud-native รุ่นใหม่ของ HPE Aruba ที่ออกแบบมาเพื่อให้การดูแลเครือข่ายมีความอัจฉริยะ ปลอดภัย และง่ายขึ้นในศูนย์กลางเดียว รองรับการจัดการอุปกรณ์เครือข่ายครบวงจร โดยมีการประกาศอัปเกรดเป็นรุ่น Next Generation เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา เป็นการอัปเดตเพิ่มความสามารถและ AI ตัวใหม่ เพื่อนำเทรนด์ด้าน Enterprise Networking ให้ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว
การทำงานของ HPE Aruba Networking Central Next Gen มีดังนี้
HPE ได้ออกแบบระบบบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud ให้สอดรับกับกระบวนการทำงานจริงของผู้ดูแลระบบ Network อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถดูแลและควบคุมโครงสร้างเครือข่ายได้แบบครบวงจรจากศูนย์กลางเดียว ครอบคลุมทั้งเครือข่ายแบบ Wired, Wireless และ WAN ช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และทำให้การดูแลระบบเครือข่ายมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
HPE Aruba Networking ได้มีการรวบรวมข้อมูลผ่านการทำ Device Telemetry จากอุปกรณ์เครือข่ายของ HPE Aruba Networking เองกว่า 5.2 ล้านชุดทั่วโลก ซึ่งเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายมากกว่า 2,000 ล้านอุปกรณ์ ทำให้ HPE Aruba Networking มีระบบ Data Lake สำหรับจัดเก็บข้อมูลด้านระบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในวงการรายหนึ่ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เองก็ช่วยให้ HPE Aruba Networking สามารถพัฒนาระบบ Data Analytics และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อ Data และ AI เบื้องหลังมีความพร้อมแล้ว HPE Aruba Networking ได้ออกแบบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยภายใน HPE Aruba Networking Central Next Generation นี้ ก็จะใช้หน้า GUI (Graphical User Interface) ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้การบริหารจัดการระบบเครือข่ายทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ง่ายดายยิ่งกว่าที่เคย เช่น
• NOC Dashboard หน้าจอที่สรุปรวมข้อมูลของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายให้ติดตามภาพรวมได้ง่าย โดยครอบคลุมการติดตามข้อมูล Health, Usage, Event และ Properties
• Toggle View (หมายเลข 1) ปุ่มสำหรับสลับรุ่นของ Aruba Central เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ HPE Aruba Central รุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้ตามต้องการ
• Solar System View (หมายเลข 2) หน้าจอแสดงผลที่แบ่งกลุ่มข้อมูลออกเป็น Site, Network Device, Client และ Application เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขปัญหาในแต่ละแง่มุมที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาระบบเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย
• Blended Indicator (หมายเลข 3) ภายใน Solar System จะมีการให้คะแนนของภาพรวมในแต่ละส่วน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าส่วนใดของระบบเครือข่ายที่กำลังมีปัญหารุนแรงในระดับใด และจัดลำดับความสำคัญในหารแก้ไขปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
• Time Travel (หมายเลข 4) ระบบสำหรับจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลรวมไปถึงตรวจสอบได้เป็นรายนาทีย้อนหลังสูงสุด 7 วัน เพื่อให้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
• Sunburst Topology (ภาพขวา) แสดงผลข้อมูลลำดับชั้นในการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมดภายในองค์กร โดยสามารถเลือกตรวจสอบได้ทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายในระดับ Physical และ Logical เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหรือการปรับแต่งการตั้งค่าของระบบเครือข่ายสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ระบบเครือข่ายจะมีขนาดใหญ่มากก็ตาม
• Application Visibility & Security สามารถจำแนกและตรวจสอบการใช้งาน App ต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายได้มากกว่า 3,700 รายการ พร้อมหน้า Dashboard แสดงแนวโน้มการเข้าถึง App, Website และความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย
• Hierarchical Configuration ระบบสำหรับการตั้งค่าเครือข่ายโดยแบ่งเป็นระดับชั้น โดยแยกเป็นระดับ Global, Site, Device Group และ Device Level ทำให้สามารถวางมาตรฐานการตั้งค่าระบบเครือข่ายได้ง่าย เหมาะสำหรับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา
อีกความโดดเด่นหนึ่งของ HPE Aruba Networking Central Next Generation คือการเพิ่มความสามารถในการใช้งาน AI ภายในระบบบริหารจัดการเครือข่าย ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยกันหลายประการ ได้แก่
• AI-Driven Assurance & Alerts: ใช้ AI ในการทำ Root Cause Analysis อย่างแม่นยำ พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าเดิม 80%
• AI Search: มี Large Language Model เฉพาะสำหรับการบริหารจัดการเครือข่าย ที่จะช่วยสรุปข้อมูลและค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ด้วยข้อความที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
• AI Insights: ระบบ AI Ops สำหรับช่วยแนะนำการอัปเดต Firmware, การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย, การปรับปรุงด้านการประหยัดพลังงานของเครือข่าย ฯลฯ
• Client Profiling: จำแนกประเภทของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายด้วย AI โดยไม่ต้องติดตั้ง Agent Software ที่อุปกรณ์ ทำงานได้ด้วยความแม่นยำระดับ 99% จากการวิเคราะห์ข้อมูลแวดล้อมและพฤติกรรมการเชื่อมต่อเครือข่ายของแต่ละอุปกรณ์
• Advanced IoT Policy Optimization: ใช้ AI แนะนำแนวทางในการกำหนด Policy เพื่อปกป้องอุปกรณ์ IoT แต่ละประเภทให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงขึ้น และเหมาะสมต่อการทำงานของแต่ละอุปกรณ์
HPE Aruba Networking Central Next Generation ได้เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ โดยจากเดิมจะรองรับการบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud และการเลือกใช้งานระบบเครือข่ายในแบบ Network-as-a-Service หรือ NaaS เท่านั้น แต่เมื่อเดือนเมษายน 2025 ที่ผ่านมา ทาง HPE Aruba Networking ก็ได้ออกมาประกาศถึงวิธีการบริหารจัดการเครือข่ายใหม่อีก 2 รูปแบบ ได้แก่ On-Premises และ Virtual Private Cloud ซึ่งแต่ละแนวทางจะมีวิธีการและความเหมาะสมในการใช้งาน ดังนี้
• Software as a service (SaaS): สำหรับธุรกิจองค์กรทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายผ่าน Cloud ที่ง่ายดาย เป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุดในการใช้งาน HPE Aruba Networking Central
• On-Premises: สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีประเด็นด้าน Compliance หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีความละเอียดอ่อนสูง และไม่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายไปยัง Cloud ก็สามารถทำการติดตั้ง HPE Aruba Networking Central ในแบบ On-Premises ภายในองค์กร และบริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดจากภายในองค์กรได้โดยตรง
• Virtual Private Cloud (VPC): สำหรับองค์กรที่ยังคงต้องการบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud แต่ไม่ต้องการให้ข้อมูลเหล่านี้เชื่อมต่อออกไปยังนอกประเทศ หรือไปยังประเทศที่อาจอยู่ห่างไกล ก็สามารถเลือกใช้ HPE Aruba Networking Central บน HPE GreenLake Cloud ภายในประเทศของตนเองหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ หรือจะเลือกใช้งานบนบริการ Cloud ชั้นนำที่ต้องการก็ได้เช่นกัน
• Network as a service (NaaS): สำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการใช้งานทั้ง Cloud และ Hardware ทั้งหมดในแบบ OpEx ก็สามารถเลือกใช้งานโซลูชันของ HPE Aruba Networking ในแบบ NaaS ได้
HPE Aruba Networking Central Next Generation ยังรองรับการทำ ZTNA ได้ในตัว รวมถึงยังมีโซลูชัน Network Detection and Response ในแบบ Behavioral Analytics-Based ที่อาศัย AI Model จากการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลใน Data Lake เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ IoT ได้ ช่วยให้การปกป้องระบบเครือข่ายโดยรวมให้มีความมั่นคงปลอดภัยนั้นง่ายดายยิ่งขึ้น
HPE Aruba Networking Central Next Gen จึงช่วยให้องค์กรบริหารจัดการเครือข่าย Wired, Wireless และ WAN ได้จากศูนย์กลางเดียวผ่าน Cloud เพิ่มความเสถียร ความปลอดภัย และความคล่องตัวในการทำงานของทีม IT พร้อมรองรับการขยายระบบและการทำงานแบบ Hybrid ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากองค์กรของคุณต้องการลดความซับซ้อนด้าน Network เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และวางรากฐานโครงสร้างเครือข่ายที่ยืดหยุ่นในระยะยาว HPE Aruba Networking Central Next Gen คือโซลูชันที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าต่อการลงทุน